RocketTheme Joomla Templates
     

banner

ข่าวผู้บริโภค


กสทเปิดตัวโครงข่าย 3G+ ตั้งเป้าลูกค้าปีนี้ 3ล้านราย PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย smallville   
วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม 2011 เวลา 09:24 น.

กสท เปิดตัวบริการโครงข่ายมือถือ 3G ภายใต้ชื่อ "3G+" เริ่มทดลองให้บริการเม.ย.นี้ 500 สถานีฐาน ก่อนเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ต้นพ.ค. ตั้งเป้าลูกค้ารวมกสทกับพันธมิตรทรูมูฟ สิ้นปีนี้ 3 ล้านราย

นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า กสท ในฐานะผู้ขายส่งบริการ (โฮลเซลส์) จะเปิดทดลองให้บริการโครงข่ายมือถือระบบ 3G ด้วยเทคโนโลยี HSPA ภายใต้ชื่อ 3G+ ในเดือนเม.ย.นี้ ด้วยความเร็วสูงสุด 21 เมกะบิตต่อวินาที ขณะเดียวกันได้ร่วมมือกับเรียลมูฟในเครือทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะผู้ขายต่อบริการ (รีเซลเลอร์) ของ กสท เพื่อช่วยกันทำตลาดให้เข้าถึงกลุ่มที่ต้องการความเร็วในการสื่อสารข้อมูล

โครงข่าย 3G+ จะให้บริการด้วยความเร็วเริ่มต้นที่ 16 เมกะบิตต่อวินาที สูงสุดถึง 21 เมกะบิตต่อวินาทีในช่วงแรก และ กสท มีแผนจะพัฒนาศักยภาพการให้บริการบนโครงข่าย 3G+ ให้มีความเร็วได้ถึง 24 เมกะบิตต่อวินาที เมื่อมีการขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

สำหรับการทดลองให้บริการ 3G+ จะเริ่มในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลก่อนจำนวน 500 สถานีฐาน จากนั้นประมาณเดือนส.ค.นี้จะขยายพื้นที่การให้บริการไปในส่วนกลาง 52 จังหวัด จำนวน 3,000 สถานีฐาน และขยายพื้นที่การให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศภายในปีนี้

"ช่วงที่เราทดลองให้บริการจะใช้ชื่อโครงข่ายว่า 3G+ ส่วนแบรนด์ในการทำตลาดจะเป็นชื่ออะไรคาดว่าจะสรุปได้ภายในหนึ่งถึงสองเดือน นี้"

หลังจากการทดลองให้บริการใช้ฟรี 1 เดือน กสท มีแผนที่จะจัดรายการส่งเสริมการขายโดยการนำแผนงานของต่างประเทศที่เปลี่ยน การให้บริการจากเทคโนโลยีจาก CDMA เป็น HSPA มาปรับใช้ในการทำตลาดที่ประเทศไทย เช่น เรื่องการให้ฟรีค่าแอร์ไทม์ หรือขายเครื่องลูกข่ายในราคาพิเศษ

นายจิรายุทธกล่าวว่า การทำ ตลาดในส่วนของ กสท จะโฟกัสไปที่กลุ่มองค์กรที่เป็นแบบรายเดือน หรือโพสต์เพด เพราะมีรายได้ต่อเลขหมายต่อเดือนดีกว่าการทำตลาดแบบเติมเงิน หรือพรีเพด อย่างการให้บริการ CDMA ในช่วงที่ผ่านมา โพสต์เพดมีรายได้ต่อเลขหมายอยู่ที่ 400-500 บาท ขณะที่พรีเพดมีประมาณ 100 บาท

สำหรับการให้บริการ 3G ในส่วนที่ กสท ทำตลาดเองภายใน 2-3 ปีคาดว่าจะมีฐานลูกค้าประมาณ 1 ล้านราย ส่วนการให้บริการดังกล่าวโดยรวมภายในปีนี้คาดว่าจะมีฐานลูกค้าทั้งในส่วนที่ กสท ทำตลาด และกลุ่มทรูทำตลาดรวมกันอยู่ที่ 3-5 ล้านราย

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์,www.manager.co.th

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม 2011 เวลา 09:27 น.
 
ทรูเพิ่มทุนหมื่นล้านลุย 3G PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย smallville   
วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม 2011 เวลา 09:20 น.

ทรู ประกาศแผนเพิ่มทุน 1.31 หมื่นล้านบาท จากหุ้นคงเหลือที่ยังไม่ได้จัดสรร 6,727,436,752 หุ้น มั่นใจเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินสู่การลงทุนให้บริการ 3G ร่วมกับ กสท และหักชำระหนี้บางส่วน คาดเริ่มเปิดบริการมือถือ TrueMove H สู่ตลาดแมสประมาณไตรมาส 3

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การ ประกาศเพิ่มทุนครั้งนี้จุดประสงค์หลักเพื่อหาเงินทุนมาเพิ่มสภาพคล่องให้กับ การลงทุนโทรศัพท์มือถือในระบบ 3G ภายใต้แบรนด์ "TrueMove H" ที่ร่วมกับบริษัท กสท โทรคมนาคมในการให้บริการ รวมทั้งเงินจากการเพิ่มทุนบางส่วนจะถูกนำมาลดภาระหนี้ด้วย

"ทรูมองว่าการเพิ่มทุนสามารถทำได้หลายวิธี แต่ที่เลือกการขายหุ้นเพิ่มทุน จะช่วยปรับโครงสร้างให้มีความแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งทรูก็มีแผนสำรองเตรียมไว้ในกรณีที่ไม่สามารถเพิ่มทุนได้ตามที่ต้องการ เช่น การเปิดขายหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นใหม่ หรือหาพาร์ตเนอร์มาร่วมทุนด้วย"

โดยก่อนหน้าการเพิ่มทุนครั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2551 ทางผู้ถือหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้มีการลงมติอนุมัติแผนเพิ่มทุน โดยการจัดสรรหุ้นสามัญใหม่ เพื่อเสนอขายผู้ถือหุ้นเดิม (Rights Offering) จำนวน 19,500 ล้านบาท ในราคาหุ้นละ 1.95 บาท รวมทั้งหมด 10,000 ล้านหุ้น ซึ่งการเพิ่มทุนในช่วงเวลาดังกล่าวมีผู้ถือหุ้นจองซื้อทั้งหมด 3,272,563,248 หุ้น คิดเป็นวงเงินประมาณ 6,832 ล้านบาท หรือคิดเป็น 32.73% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด

ส่งผลให้มีมติขายหุ้นที่เหลืออยู่จำนวน 6,727,436,752 หุ้น แก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่มีสิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวในวันที่ 11 เมษายน 2554 ในอัตราส่วน 1 หุ้นเดิม : 0.865 หุ้นใหม่ ในราคาเดิมที่ได้กำหนดไว้ก่อนหน้า ในกรณีที่มีหุ้นเหลือจากการจัดสรรตามสัดส่วนในรอบแรกแล้ว จะจัดสรรหุ้นส่วนที่เหลือแก่ผู้ถือหุ้นที่แสดงความจำนงจองซื้อเกินสัดส่วน แต่ไม่เกิน 2 เท่าของจำนวนหุ้น โดยเปิดให้จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม - 3 มิถุนายน 2554

นายนพปฎล เดชอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่ม ด้านการเงิน ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การระดมทุนครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากกลุ่มผู้ถือหุ้นมองว่าปัจจุบันกลุ่มทรู มีโครงสร้างหนี้เป็นจำนวนมาก จึงเล็งเห็นว่าควรมีการปรับเพิ่มทุนเพื่อนำมาลงทุน และปรับลดโครงสร้างหนี้

"การที่กลุ่มทรู ปลดล็อกปัญหาเรื่องระยะเวลาสัมปทานโทรศัพท์มือถือที่จะหมดลงในอีก 2 ปีข้างหน้าด้วยการเข้าร่วมให้บริการโทรศัพท์มือถือบนเครือข่าย 3G กับ กสท แล้ว จึงจำเป็นต้องมีการเพิ่มทุนเพื่อนำมาลงทุนในบริการดังกล่าวให้มีความคล่อง ตัวมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกังวลถึงโครงสร้างหนี้เดิมที่อาจส่งผลให้ไม่สามารถลงทุนได้ตามที่ กำหนด'

ปัจจุบัน กลุ่มทรูมีเงินกู้ทั้งหมดราว 67,000 ล้านบาท ต้องชำระคืนในปีนี้ประมาณ 5,700 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มทรูสามารถใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินการคืนได้อยู่แล้ว แต่ถ้ามีการเพิ่มทุนและหักลบส่วนที่นำไปลงทุนแล้วก็สามารถนำมาหักลดหนี้ส่วน ดังกล่าวเพิ่มเติมได้

"ถ้าเราระดมทุนได้ครบ 13,100 ล้านบาท ก็ไม่มีความจำเป็นต้องหาเงินกู้เพิ่มเพื่อมาลงทุนในการให้บริการโครงข่าย 3G ที่มีมูลค่าประมาณ 12,000 ล้านบาทในช่วงระยะเวลา 3 ปีต่อจากนี้ และยังมีเงินส่วนที่เหลือสำหรับไปหักกลบลบหนี้เดิมได้"

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์,www.manager.co.th

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม 2011 เวลา 09:23 น.
 
ตรวจพบกัมมันตภาพรังสีญี่ปุ่นเหนือไทย-จีน PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย smallville   
วันอังคารที่ 29 มีนาคม 2011 เวลา 08:59 น.

เกียวโดนิวส์/เอเจนเซียอิตาเลีย - สื่อต่างประเทศอ้างคณะกรรมการประสานงานเหตุฉุกเฉินนิวเคลียร์แห่งชาติจีน ระบุพบสารกัมมันตรังสีระดับต่ำในบรรยากาศเหนือจีนและในไทย หลังจากก่อนหน้านี้ทางการไทยตรวจพบมันเทศปนเปื้อนที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่น

เว็บไซต์อเจนเซียอิตาเลีย รายงานวานนี้(28) ว่าคณะกรรมการประสานงานเหตุฉุกเฉินนิวเคลียร์แห่งชาติจีน ตรวจพบกัมมันตภาพรังสีระดับต่ำในชั้นบรรยากาศเหนือชายทางตะวันออกเฉียงใต้ ของจีนและในประเทศไทย

อย่างไรก็ตามสารกัมมันตรังสีที่ตรวจพบในอากาศนั้นอยู่ในระดับต่ำมากและไม่ เป็นภัยต่อสุขภาพ จากการเปิดเผยของคณะกรรมการประสานงานเหตุฉุกเฉินนิวเคลียร์แห่งชาติจีนที่มี ออกมาพร้อมๆกับที่หน่วยงานของไทยตรวจพบมันเทศปนเปื้อนนำเข้าจากอำเภออิบารา กิ ของญี่ปุ่น

นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระบุว่าพบกัมมันตภาพรังสีปนเปื้อนระดับ 15.25 เบคคาเรลต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำมาก ไม่เกินค่ามาตรฐานความปลอดภัยขององค์การอนามัยที่ระบุว่าต้องไม่เกิน 100 เบคคาเรลต่อกิโลกรัม

อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ได้อายัดมันเทศที่นำเข้าทั้งหมด 75 กิโลกรัม ส่งให้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติตรวจวิเคราะห์ ว่าระดับการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีจะสามารถลดลงได้อีกหรือไม่หากปล่อย ไว้หลายวัน และหาทางทำลายมันเทศทั้งหมดด้วยวิธีปลอดภัยโดยไม่แพร่สารกัมมันตรังสีออกมา

นพ.พิพัฒน์ กล่าวต่อว่าขณะที่เจ้าหน้าที่จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราอาหารที่นำเข้า จากญี่ปุ่น แต่ยังไม่ได้พิจารณาถึงมาตรการห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารจากญี่ปุ่น

ผู้เชี่ยวชาญดำเนินการสุ่มตรวตอาหารที่นำเข้าจากญี่ปุ่น นับตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม หลังจากทางการญี่ปุ่นตรวจพบการปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีในผักใบเขียวและน้ำ รอบโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ไดอิจิ ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อวันที่ 11 มีนาคม

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์, www.manager.co.th

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 29 มีนาคม 2011 เวลา 09:10 น.
 
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเรียกร้อง ไทยโพสต์ บทความ นิวเคลียร์ อาจเข้าข่ายโฆษณาแฝง PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย smallville   
วันอังคารที่ 29 มีนาคม 2011 เวลา 08:54 น.

วันที่ 24 มีนาคม 2554 นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้เปิดเผยว่า จากการที่หนังสือพิมพ์หนังสือพิไทยโพสต์ เอ็กซ์-ไซท์ ฉบับ วันที่ 24-25 มีนาคม 2554 ได้ตีพิมพ์บทความเรื่อง “เหลียวหลังแลหน้า 5 ทศวรรษนิวเคลียร์ไทย อนาคตอยู่ในมือใคร(1)”

โดยใช้พื้นที่ในหน้า 3 เต็มหน้า และมีเนื้อหากล่าวถึง พัฒนาการด้านพลังงานนิวเคลียร์และแผนการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศไทย ซึ่งกำลังเป็นข้อถกเถียงของสังคมในปัจจุบัน โดยแบ่งออกเป็นตอนๆ แต่จากการตรวจสอบของมูลนิธิฯ พบว่า บทความดังกล่าวไม่มีการระบุชื่อของผู้เขียนหรือแหล่งที่มาของบทความแต่อย่าง ใด และไม่ชัดเจนว่าเป็นพื้นที่การนำเสนอข่าวหรือบทความของหนังสือพิมพ์เองหรือ ไม่ อีกทั้งไม่ได้มีการระบุให้ผู้อ่านทราบอย่างชัดแจ้งว่า พื้นที่ตีพิมพ์บทความดังกล่าวเป็นพื้นที่เพื่อการโฆษณาหรือไม่
แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 29 มีนาคม 2011 เวลา 08:59 น.
อ่านเพิ่มเติม...
 
การพัฒนาไฟฟ้าแรงสูง กับการละเมิดสิทธิชุมชนบ้านแม่นนท์ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย smallville   
วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม 2011 เวลา 09:13 น.

เรื่องของการพัฒนาบ้านเมือง เป็นเรื่องสำคัญเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวมที่ทุกคนมิอาจจะปฏิเสธได้ โดยเฉพาะการพัฒนาสาธารณูปโภค ทำให้หน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐเคยชินและมักอ้าง “การพัฒนา” มาเป็นใบเบิกทางและเงื่อนไขบังคับจิตใจ “ชาวบ้าน” ที่ยากแค้นและปรารถนาความเจริญ ความเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดี แต่บทเรียนของผู้เสียสละคือความเจ็บปวด ความสูญเสียที่ไม่เคยได้รับการดูแลจากรัฐ หรือจากผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนา  ไม่ว่าจาก เขื่อน นิคมอุตสาหกรรม ถนนหนทาง ฯลฯ โดยเฉพาะบทเรียนมากมายจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่อ้างความจำเป็นและการพัฒนาบีบคั้น ยึดและทำลายทรัพยากร ตลอดจนทรัพย์สินอันน้อยนิดของชาวบ้าน

กรณีโครงการ ก่อสร้างเสาไฟฟ้า และวางแนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูงขนาด 500 กิโลโวลต์ น้ำพอง 2 – อุดรธานี 3 ที่ไทยจะรับซื้อจากเขื่อนน้ำงึม สปป.ลาวก็เช่นกัน ทำให้ชาวบ้านจากหลายหมู่บ้านคัดค้าน ซึ่งปัจจุบันโครงการได้แล้วเสร็จไปแล้วบางส่วน ยกเว้นพื้นที่หมู่บ้านแม่นนท์ หมู่ 2  ต.หนองไผ่ อ.เมือง และบ้านเหลากล้วย ต.เสอเพลอ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ที่ชาวบ้านยืดหยัดคัดค้าน ในนาม กลุ่มคณะกรรมการชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากแนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง (คชส.) จนปัจจุบันความคืบหน้าของความพยายามดิ้นรนปกป้องผืนดินอันเป็นทรัพย์สิน เดียวทาง กลุ่ม คชส. ได้ฟ้องคดีขอเพิกถอนการก่อสร้างแนวสายส่งไฟฟ้าดังกล่าว ต่อศาลปกครองขอนแก่น และคดียังอยู่ในการพิจารณาของศาลปกครองอุดรธานี ถึงกระนั้น กฟผ. ก็ยังยืนยัน ว่าจะลงมาทำการก่อสร้างเสา โดยจะเริ่มเข้ามาดำเนินการในวันที่ 17 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมานี้ ทำให้ชาวบ้าน จำต้องปักหลักเฝ้ายามที่ดินของตน เพื่อจะสู้ให้ถึงที่สุด


นายบุญเลี้ยง โยทะกา แกนกลุ่มคณะกรรมการชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากแนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง (คชส.) ได้กล่าวย้อนถึงที่มาของโครงการและลำดับการต่อสู้ตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน ว่า เหตุผลจริงๆ คือ ไม่ทราบอะไรเลย ไม่มีใครแจ้งและการลงเสาไฟฟ้า ทำให้ตนหมดสิ้นที่ดิน ซึ่งตนเองไม่ได้อยากได้เงิน แต่อยากเก็บที่ดินไว้ให้ลูกหลาน

“ชาวบ้านไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยครับ แต่โครงการนี้ เริ่มมาตั้งแต่ ปี 2549 หลังจากนั้น พอเข้ามาปี 2550 พอเกี่ยวข้าวเกี่ยวเกี่ยวน้ำเสร็จ ก็เห็นเขามาถางแนวสายส่งไฟฟ้าแล้วเอาสีแต้ม เป็นแนวเขตเสาไฟฟ้า โดยที่ทางผู้ใหญ่กำนันก็ไม่ได้บอกว่า ไฟฟ้าจะลงพื้นที่อย่างไร คือไม่ได้มีการประชาคมทำความเข้าใจให้ชาวบ้านรับทราบเลย แต่ที่ทราบก็คือ เขาไปประชุมร่วมกับการไฟฟ้าที่โรงแรมแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นมาก็มีการประกาศ ให้ผู้ที่ถูกแนวสายไฟฟ้าพาดผ่าน ที่ถูกป้ายสีแนวเขต เหลืองแดง ทั้งหมด เอาเอกสารหลักฐานที่ดินมาร่วมรวมยื่นไว้ที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ต่อมา มีการเปิดประชุมออยู่ อบต. หนองไผ่ อ้างถึงเรื่องการไฟฟ้า การวางสายส่งไฟฟ้าจากน้ำเทิน น้ำงึม สายส่งขนาด 500 กิโลวัตต์ อ้างถึงการใช้ไฟฟ้า ซึ่งใช้จำนวนมาก ถ้าไม่สร้างเพิ่มเติมไฟฟ้าจะตก ไม่พอใช้

เหตุผลชาวบ้านคือไม่พอใจในเรื่องการสร้างสายส่งไฟฟ้าโดยไม่ได้รับข้อมูลมา ก่อน แถมเป็นเสาขนาดใหญ่ การสร้างการทำอะไรก็ไม่ได้อธิบาย เรื่องราวมาแต่เริ่มแรก พวกผมก็เพิ่งรู้อยู่ในโซนเดียวกัน ไม่มีผู้รู้เลย เพิ่งรู้จาก คนทางบ้านหนองตาไก้ เพราะบ้านหนองตาไก้ การไฟฟ้าลุยก่อน ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านถางพื้นที่ชี้แนวเขต  แต่ว่าทางบ้านของผม เพิ่งทราบ เมื่อตอนเข้าร่วมประชุมที่ อบต. หนองไผ่ เมื่อปี 2550 ประมาณช่วงปีใหม่”  นายบุญเลี้ยงกล่าวเกริ่น และมองกระบวนการทำงานของ กฟผ. ว่าไม่ดำเนินการแบบเคารพสิทธิประชาชนและสิทธิชุมชน ไม่ทำประชาคมและไม่เข้าใจว่า ชาวบ้านรักและหวงแหนผืนดินเพียงใด พร้อมทั้งเผยกระบวนการต่อสู้ยืนยันถึงสิทธิตามกฎหมายของตนว่า

“ผมไม่รู้จะทำยังไง บางคนก็ถามหาค่าทดแทน ค่าเสียหาย แต่ผมก็ยืนหยัด เพราะผมเคยเจอมาแล้วสายหนึ่ง เป็นสายเสาไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านเหมือนกันเมื่อสัก 30 ปีมาแล้วประมาณปี 2517-2518  เพราะว่าเส้นเก่านี้สร้างมาตั้งแต่ผมยังไม่แต่งงาน ผมก็เลยรู้ว่า มันลำบาก และเหตุผลที่ผมคัดค้านคือ ผมเสียสิทธิ์มากเกินไป คือได้เห็นข้อกำหนดของการไฟฟ้าแล้วว่า รัศมีของสายไฟฟ้าทำให้เราไม่สามารถทำอะไรได้เลย ไม่สามารถปลูกอะไรได้หรือต้องปลูกตามข้อบังคับของการไฟฟ้าเท่านั้น และค่าทดแทนสมัยก่อนก็ไม่ได้อะไรมากนักหรอก ต้นไม้เขาก็ตัดทิ้งไปหมด อย่างเสาไฟฟ้าเสาแรกสมัยนั้น ก็ได้ค่าชดเชยไร่ละ 500 บาท ในสมัยนั้นนะครับ ซึ่งในตอนแรกสัญญาว่าจะให้ไร่ละ 1000 บาท แต่สุดท้ายก็เหลือไร่ละเท่านั้น มาถึงตอนนี้               ยังไงๆ ก็ต้องลงพื้นที่ผมแน่ๆ ก็เลย ไปอายัดหลักทรัพย์ไว้คือ โฉนด ก็เลยไปแจ้งตำรวจไว้ เพราะบทเรียนจากของพี่ชายพี่สาวในครั้งนั้น มันเสียที่ดิน ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เลย ปลูกบ้านไม่ได้ เอาไปจำนองจำนำไม่ได้

ส่วนกระบวนการต่อสู้ของเราชาวบ้าน ก็ได้พยายามรวมกลุ่มกันทำหนังสือคัดค้านไปแล้วครับ กลุ่มคณะกรรมการชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ขนาด 500 kv เมื่อปี 2550 ในหนังสือแจ้งเหตุผลไปว่า อย่างแรกคือไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารโครงการนี้มาก่อนเลย สองการไฟฟ้าลงพื้นที่ละเมิดสิทธิชาวบ้าน ไม่มีการประชาคมอะไรเลย ต่อมาก็ได้ทำหนังสือเข้าหาผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี หลังจากนั้น ผู้ว่าฯ ก็เปิดเวทีชาวบ้านที่จังหวัด แต่ก็คุยกันไม่ลงรอยเพราะเขาเน้นอย่างเดียวว่า จะเสียค่าชดเชยให้ 50% ของราคาประเมินที่ดิน ซึ่งค่าประเมินไม่เท่ากัน ถ้าติดถนนก็ราคาหนึ่ง ที่สวนราคาหนึ่ง ที่นา สิ่งปลูกสร้างอีกราคาหนึ่ง สนนราคาค่าชดเชย บางที่ก็ตกไร่ละ 200,000 บาทก็มี แต่ก็มีการเลือกปฏิบัตินะครับ เช่น ติดถนนราคาให้เต็ม ห่างจากถนนสัก 40 เมตร ก็อีกราคาหนึ่งลดหลั่นไปเรื่อยๆ และแต่ละโซนไม่เท่ากันด้วย อย่างโซนบ้านหนองตาไก้ ก็น่าจะ 200,000 กว่า ข้ามถนนมาทางบ้านผม คือบ้านแม่นนท์  ก็จะประมาณไร่ละ 130,000  ครับ อย่างบ้านเหลากล้วย ตำบลเสอเพลอ ก็จะได้แค่ไร่ละ 50,000-60,000 บาทเท่านั้นเอง

หลังจากไปพบผู้ว่าฯ ก็ไปร้องเรียนกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพราะ อยากให้เกิดความเป็นธรรมทุกๆ ฝ่าย ต่างคนต่างเห็นใจกัน เสียสละทุกฝ่าย  ไม่ได้อยากสร้างความชอบธรรมให้ตนเองฝ่ายเดียวอะไร แต่ถ้าไม่ยอมไม่ลงรอยก็ต้องฟ้องศาลปกครองไว้ก่อน

 

จริงๆ เขาไม่ได้ยึดสิทธินะครับ เขาให้ทำกินต่อ แต่ทำได้เฉพาะทำนาปลูกพริกปลูกมะเขือได้อย่างเดียว ปลูกบ้านปลูกเรือนปลูกต้นไม้ไม่ได้ หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ในที่ดินตนเองไม่ได้ ลงเครื่องจักร ไถพรวน ขุดสระ อะไรพวกนี้ไม่ได้  ทั้งๆ ที่ดินเป็นของเรา ภาษีเราก็เสียหายไปตลอด เขาก็อ้างว่า ก็ไปซื้อที่ดินใหม่สิ  จะให้ไปซื้อยังไงราคาที่ดินขยับขึ้นทุกวัน แถมไม่ได้ที่ที่เราอยากได้ ไปซื้อที่ดินที่อื่นก็ต้องขยับถิ่นฐานตัวเองไปตาม เดี๋ยวนี้ที่ดินบ้านแม่นนท์ เขาซื้อขายกันราคาที่ 400,000-500,000 บาท แต่ค่าชดเชยเราได้ไร่ละ 50,000 ไร่ละ 100,000 แค่นั้นเอง

 

ชาวบ้านจะเรียกร้องสิทธิของตนเอง ว่าไม่ยินยอมให้การไฟฟ้าก่อสร้างเสาไฟซึ่งทางเขาก็เน้นอย่างเดียว คือให้ชาวบ้านเอาค่าชดเชยไปเสีย ไม่มีทางเลือก เพราะนี่คือการพัฒนา เขาบอกชาวบ้านไม่มีทางเลือก เขากำหนดอย่างไร ชาวบ้านก็ต้องทำตามนั้น นี่เป็นหลักการของเขา แต่ชาวบ้านก็ยังยืนหยัดว่าไม่เอาเงิน อยากจะรักษาผืนดินไว้ให้ลูกหลาน เพราะว่า ที่ผ่านมาก็มีบทเรียนหลายอย่างแล้ว

บทเรียนที่ว่าที่ชาวบ้านวิตกก็คือ ถ้าเรายินยอมให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตปักเสาลงแล้ว เงินค่าชดเชยมันไม่ได้ใช้ได้จนชั่วลูกชั่วหลาน ไม่เหมือนที่ดิน ที่ทำประโยชน์สืบเนื่องไปจนถึงลูกหลานเราและเงินเท่านี้ ที่เขาตอบแทนมา บางคนก็เอาไปซื้อรถรา ซื้ออย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วก็สูญหายไปเลย สุดท้ายก็มานั่งดูแต่เสาไฟฟ้า

 

ผมคิดว่าผลประโยชน์ มันไม่มีอะไรดีเลยกับชาวบ้าน สายไฟฟ้าเองก็ไม่มีทีท่าว่าจะรื้อจะถอน มีแต่จะเพิ่มเข้ามาทั้งสิ้น แล้วลูกหลานเราเติบโตก็ต้องสืบสานทำมาหากินบนที่ดิน ถึงไปเรียนที่ไหนก็ตาม ถ้าไม่ได้ดี กลับมาก็กลับมาทำมาหากินบนที่ดิน เหตุผลมันเป็นยังงี้ ครับ” นายบุญเลี้ยงกล่าวย้ำและแจกแจงรายละเอียดของพื้นที่วางเสาไฟฟ้า พร้อมทั้งเผยถึงขั้นตอนในการต่อสู้ปัจจุบัน ว่า

“ขนาดพื้นที่ ของเขาที่อ้างกับชาบ้านว่าจะใช้ คือ 6×6 เมตร นี่คือขนาดที่แจ้งนะ แต่เอาเข้าจริงๆ ที่ทำมันประมาณ 25×25  หรือ 29×29  เมตร มันใหญ่กว่าขนาดของโครงการที่วางไว้ เพราะมันจะต้องข้ามสายไฟฟ้าแรงสูงอันเดิม มันจึงต้องใหญ่และสูงกว่ามาก

 

ตอนนี้ ข้อเสนอและทางออกของชาวบ้านยกเลิกโครงการหรือย้ายออกจากแนวที่ดินชาวบ้าน ส่วนนี้  ซึ่งตอนนี้ก็กำลังฟ้องศาลปกครองขอนแก่น ว่าการสร้างสายไฟฟ้าซึ่งทำผิดตามกฎหมาย ตามกระบวนการ ผิดระเบียบขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเราจึงไม่ได้เรียกร้องค่าเสียหาย แต่ให้ยกเลิกแนวสายไฟฟ้าที่ประกาศ  คนที่คัดค้าน ในตอนแรกก็ประมาณ 55 ครอบครัว ระยะทางประมาณ 15 กิโล แต่ตอนนี้เหลือสิบกว่าครัวเรือนแล้ว นอกนั้นก็ยินยอมรับเงิน เขาก็อ้างกฎหมาย บวกกับอ้างว่าเอกสารสิทธิ์ชาวบ้านที่มี ใช้ไม่ได้ เพราะแค่ใบ ภ.บ.ท.5 ไม่ใช่โฉนดหรือ  นส.3 อีกอย่างเขาก็ขู่ ว่าอย่าสู้กับรัฐเลย สู้ไปก็ไม่ชนะหรอก เขาพูดแบบนี้แหละ จนชาวบ้านยอม ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมและพี่น้องที่เหลือจะสู้ต่อเพราะมันคือสิทธิประโยชน์ส่วนบุคคลไม่ใช่ของ ชุมชน ที่เหลือก็ประมาณ 2 หมู่บ้านคือบ้านแม่นนท์ ต.หนองไผ่ อ.เมืองอุดรฯ และบ้านเหลากล้วย ต.เสอเพลอ อ.กุมภวาปี ครับ” นายบุญเลี้ยงว่าก่อนสรุปแต่เพียงสั้นๆ ว่า ชาวบ้านแค่อยากเหลือที่ดินไว้ให้ลูกหลานที่คัดค้านเพราะไม่เคยทราบมาก่อนเลย จริงๆ

“ใจพวกเราชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ เหล่านี้  ไม่สนใจหรอกครับว่า การไฟฟ้าจะจ่ายค่าชดเชยเท่าไหร่ เราไม่อยากได้เงิน เราอยากให้การไฟฟ้ายกเลิกการวางสายผ่านที่ดินเรา ผมได้ขัดขวางถ่วงความเจริญ ผมแค่อยากให้ท่านย้ายแนวสายไฟฟ้าออกจากที่ดินของผมเท่านั้นเอง ซึ่งเขาก็ไม่ยอม บอกว่าประกาศผ่านราชกิจจานุเบกษาแล้ว แต่เรื่องประกาศอะไรนี่เราไม่ทราบเลย เราถามว่าประกาศตอนไหนที่ไหน เขาก็บอกว่าที่อำเภอ  เทศบาล อบต. อะไรประมาณนี้แหละ เราไม่เคยทราบเลยครับ”  นายบุญเลี้ยงกล่าว

ที่มา : Tahi NGO, www.thaingo.org

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม 2011 เวลา 09:19 น.
 
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>

หน้า 1 จาก 31

ข่าวสารทั่วไป

ผู้บริโภคปลดแอกแบงก์มัดมือค่ากดATM

มูลนิธิผู้บริโภคเผยธนาคารโขกค่าธรรมเนียมใช้ตู้เอทีเอ็มแบบมัดมือชก ผลักภาระให้ประชาชนแบกรับแทน เตรียมนัดแบงก์ชาติ ตัวแทนธนาคารพาณิชย์ และ สคบ.หาแนวทางคุ้มครองเนื่องในวันสิทธิผู้บริโภคสากล แฉธนาคารสาขาสมุทรสาครดอดตั้งตู้ในกรุงเทพฯ มีลูกค้าเสียค่าธรรมเนียมถอนเงินข้ามจังหวัด 20 บาทโดยไม่รู้เรื่องเพียบ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชาชนได้รับความไม่เป็นธรรมจากการใช้บริการตู้เอทีเอ็มธนาคารหลายแห่ง ซึ่งมุ่งหารายได้ผ่านการเก็บค่าธรรมเนียมรายการถอนเงินสดและถามยอดเงินบัญชี ทั้งกรณีใช้บัตรเอทีเอ็มกับธนาคารเดียวกันและต่างธนาคาร ที่ผ่านมามีเสียงร้องเรียนว่าถูกธนาคารเอารัดเอาเปรียบสารพัดรูปแบบ แต่กลับไม่มีการปรับปรุงแก้ไขการเก็บค่าธรรมเนียมให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ ใช้บริการเอทีเอ็มอย่างเป็นรูปธรรม และปล่อยเป็นปัญหาคาราคาซังจนถึงขณะนี้ ผู้สื่อข่าวตรวจสอบการร้องเรียนผู้ใช้ตู้เอทีเอ็ม ซึ่งมีประชาชนนำข้อมูลมาเปิดเผยทางเว็บไซต์พันทิปดอทคอมกันอย่างแพร่หลาย ล่าสุดมีผู้ใช้นามว่า "อ้วนเอย" ตั้งหัวข้อ "กดเอทีเอ็มต้องระวังค่าธรรมเนียม" โพสต์ข้อความวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2555 เล่าว่า ได้ใช้ตู้เอทีเอ็มที่ปั๊มแก๊สแห่งหนึ่งริมถนนพระราม 2 ...

Latest | bovyman | พุธ, 15 กุมภาพันธ์ 2012

อ่านต่อ

ลุ้น"วินโดวส์โฟน"คว่ำ"ไอโฟน"

News image

การสำรวจล่าสุดพบ ปี 2015 จะเป็นปีที่สัดส่วนระบบปฏิบัติการในตลาดโทรศัพท์มือถือเกิดการเปลี่ยนแปลง ครั้งใหญ่ โดยแอนดรอยด์มีแววคว้าอันดับ 1 ในตลาดตามคาด แต่ที่พลิกล็อกคือวินโดวส์โฟนเซเว่นของไมโครซอฟท์ถูกคาดหมายว่าจะสามารถผงาด เป็นอันดับ 2 แซงหน้าไอโฟนได้ในตลาดโลก ส่งให้ระบบปฏิบัติการไอโอเอสซึ่งใช้ในไอโฟนกลายเป็นแพลตฟอร์มเบอร์ 3 โดยปริยาย เหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทวิจัยไอดีซี (International Data Corp.) มั่นใจว่าระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟน (Windows Phone) จะกลายเป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกใช้งานในโทรศัพท์มือถืออย่างแพร่หลายในช่วง ...

Latest | Administrator | พฤหัสบดี, 31 มีนาคม 2011

อ่านต่อ

กสทเปิดตัวโครงข่าย 3G+ ตั้งเป้าลูกค้าปีน

News image

กสท เปิดตัวบริการโครงข่ายมือถือ 3G ภายใต้ชื่อ "3G+" เริ่มทดลองให้บริการเม.ย.นี้ 500 สถานีฐาน ก่อนเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ต้นพ.ค. ตั้งเป้าลูกค้ารวมกสทกับพันธมิตรทรูมูฟ สิ้นปีนี้ 3 ล้านราย นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า กสท ในฐานะผู้ขายส่งบริการ (โฮลเซลส์) จะเปิดทดลองให้บริการโครงข่ายมือถือระบบ ...

ข่าวผู้บริโภค | smallville | พฤหัสบดี, 31 มีนาคม 2011

อ่านต่อ

ทรูเพิ่มทุนหมื่นล้านลุย 3G

News image

ทรู ประกาศแผนเพิ่มทุน 1.31 หมื่นล้านบาท จากหุ้นคงเหลือที่ยังไม่ได้จัดสรร 6,727,436,752 หุ้น มั่นใจเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินสู่การลงทุนให้บริการ 3G ร่วมกับ กสท และหักชำระหนี้บางส่วน คาดเริ่มเปิดบริการมือถือ TrueMove H สู่ตลาดแมสประมาณไตรมาส 3 นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ...

ข่าวผู้บริโภค | smallville | พฤหัสบดี, 31 มีนาคม 2011

อ่านต่อ

3BB ฟ้อง TT&T ศึกนี้ไร้ผู้ชนะ(Cyber Week

News image

โบราณว่าสงครามไม่เคยปราณีใคร กรณีพิพาทในวงการให้บริการอินเทอร์เน็ตระหว่างคนเคยรัก "ทริปเปิลที บรอดแบนด์ (3BB)" และ "ทีทีแอนด์ที (TT&T)" ก็ไม่มีใครได้รับความปราณีเช่นกัน วันนี้ลูกค้าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 3BB ก็ยังฝังใจกับคำว่าถูกลอยแพในกว่า 20 จังหวัดทั่วไทย ขณะที่ 3BB ก็มีแผลเหวอหวะจากการสูญเสียลูกค้ามากกว่า 150,000 รายในเวลาไม่ถึง 3 เดือน พร้อมกับ TT&T ที่มีแววหมดตัวต้องควักกระเป๋าจ่าย ...

Latest | smallville | อังคาร, 29 มีนาคม 2011

อ่านต่อ

ตรวจพบกัมมันตภาพรังสีญี่ปุ่นเหนือไทย-จีน

News image

เกียวโดนิวส์/เอเจนเซียอิตาเลีย - สื่อต่างประเทศอ้างคณะกรรมการประสานงานเหตุฉุกเฉินนิวเคลียร์แห่งชาติจีน ระบุพบสารกัมมันตรังสีระดับต่ำในบรรยากาศเหนือจีนและในไทย หลังจากก่อนหน้านี้ทางการไทยตรวจพบมันเทศปนเปื้อนที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่น เว็บไซต์อเจนเซียอิตาเลีย รายงานวานนี้(28) ว่าคณะกรรมการประสานงานเหตุฉุกเฉินนิวเคลียร์แห่งชาติจีน ตรวจพบกัมมันตภาพรังสีระดับต่ำในชั้นบรรยากาศเหนือชายทางตะวันออกเฉียงใต้ ของจีนและในประเทศไทย อย่างไรก็ตามสารกัมมันตรังสีที่ตรวจพบในอากาศนั้นอยู่ในระดับต่ำมากและไม่ เป็นภัยต่อสุขภาพ จากการเปิดเผยของคณะกรรมการประสานงานเหตุฉุกเฉินนิวเคลียร์แห่งชาติจีนที่มี ออกมาพร้อมๆกับที่หน่วยงานของไทยตรวจพบมันเทศปนเปื้อนนำเข้าจากอำเภออิบารา กิ ของญี่ปุ่น นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระบุว่าพบกัมมันตภาพรังสีปนเปื้อนระดับ ...

ข่าวผู้บริโภค | smallville | อังคาร, 29 มีนาคม 2011

อ่านต่อ

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเรียกร้อง ไทยโพสต์

News image

วันที่ 24 มีนาคม 2554 นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้เปิดเผยว่า จากการที่หนังสือพิมพ์หนังสือพิไทยโพสต์ เอ็กซ์-ไซท์ ฉบับ วันที่ 24-25 มีนาคม 2554 ได้ตีพิมพ์บทความเรื่อง “เหลียวหลังแลหน้า 5 ทศวรรษนิวเคลียร์ไทย อนาคตอยู่ในมือใคร(1)” โดยใช้พื้นที่ในหน้า 3 เต็มหน้า ...

ข่าวผู้บริโภค | smallville | อังคาร, 29 มีนาคม 2011

อ่านต่อ

MORE_IN: Latest, ข่าวผู้บริโภค

ข่าวกิจกรรม

เวทีการประชุมคณะทำงานกลไกภาค โครงการศูนย์ประสานงาน

News image

by doklampu@consumersuratเมื่อวันที่ 5-6 มิถุนายน 2553 ที่ผ่านมาทางคณะทำงานกลไกภาค โครงการศูนย์ประสานงานระดับภาคใต้ โดยเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคใต้ มีการจัดการประชุมคณะทำงานกลไกภาค ขึ้นที่ โรงแรมพาวีเลี่ยน อ.เมือง จ. สงขลา โดยได้รับกาสนับสนุนจากสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) โดยมีผู้เข้าร่วมจากเครือข่ายองค์กรผู้บริโภคภาคใต้ ประมาณ 30 คน ซึ่งประกอบด้วย โครงการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม จ.สุราษฎ์ธานี โครงการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมจ.พัทลุงโครงการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมจ.สงขลา โครงการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมจ.สตูล โครงการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมจ.ตรังและตัวแทน ...

กิจกรรม | Administrator | พฤหัสบดี, 1 กรกฏาคม 2010

อ่านต่อ

MORE_IN: กิจกรรม

เข้าสู่ระบบ



หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ffc

songkla

csms-01

tci

ntc

Speed Test

speedtest

กำลังออนไลน์

เรามี 5 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

สถิติการเข้าชมเว็บ

จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 56798